อีสเทอร์น สตาร์ชูแนวคิด Smart Living 360 ผุดบ้าน-คอนโด รับกระแส New Normal

อีสเทอร์นสตาร์

1289 Views
Warapong Pankaew
2 Min Read

อีสเทอร์น สตาร์ เดินหน้าลงทุนรอบใหม่ปี 65 เล็งผุดคอนโด ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 2 ล้าน บนทำเลรัชดา-สุขุมวิท พร้อมเปิดบ้านเดี่ยว และโครงการมิกซ์ยูส ที่จังหวัดระยอง พร้อม ชูแนวคิด Smart Living 360 ตอบโจทย์ลูกค้ายุค New Normal

ดร.ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ด้วยเป้าหมายยอดขาย และเป้าหมายยอดรายได้ที่ราว 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ 2 โครงการ ภายใต้แบรนด์ “Quintara Lite” เป็นคอนโดมิเนียมซีรีย์ใหม่ในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นไม่ถึง 2 ล้านบาท แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างรัชดาและสุขุมวิท

ส่วนที่จังหวัดระยองจะเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว 2 โครงการ ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 3 ล้านบาท ในพื้นที่โครงการอีสเทอร์น สตาร์ ฟอร์เรสโต้ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งในภาพรวมจะประกอบไปด้วยโครงการที่พักอาศัยกว่า 1,000 หลังคาเรือน บนทำเลเชื่อมต่อสุขุมวิท-บูรพาพัฒน์ ที่ยังคงความร่มรื่นของต้นไม้และส่วนกลาง โดยมีแผนเปิดตัวขายในช่วงกลางปีและปลายปี และยังมีแผนพัฒนามิกซ์ยูส-คอมมูนิตี้ ในบริเวณอีสเทอร์น สตาร์ พาร์ค ที่ประกอบด้วยสนามกอลฟ์ โรงแรม บ้านพักอาศัย และศูนย์สุขภาพเพื่อบริการที่ครบวงจรและตอบโจทย์แนวโน้มที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอีกด้วย

“ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 ยังต้องเผชิญปัจจัยลบ คือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ และผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลต่อรายได้และกำลังซื้อของลูกค้า ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย (NPL) ทำให้การปล่อยสินเชื่อยังคุมเข้ม ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนกำลังซื้อจากนักลงทุนต่างชาติยังไม่กลับมา แต่ยังมีปัจจัยบวก จากนโยบายภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯ เช่น การผ่อนคลายมาตรการ LTV การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ปริมาณบ้านคงค้างที่ลดลงจากการชะลอตัวในการเปิดการขายโครงการใหม่ในปีที่ผ่านมา แต่เชื่อมั่นว่ากำลังซื้อที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริงยังคงมีอยู่ในตลาดสำหรับบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมในระดับราคากลาง-ล่าง” ดร.ต่อศักดิ์กล่าว

สำหรับในปี 2565 จะเป็นปีแห่งการเติมเต็มความสุขให้กับผู้อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด Smart Living 360 ภายใต้ 4 แกนหลักสำคัญ ที่คิด ครบ จบ คุ้ม ทั้งฟังก์ชั่นและการใช้พื้นที่ภายในห้องไปถึงพื้นที่ส่วนกลางจัดเต็มรองรับวิถีชีวิตแบบ New normal

สำหรับแนวคิด Smart Living 360 จะประกอบด้วย

CREATIVE DESIGN ที่นอกจากจะออกแบบอาคารและรูปแบบภายในห้องให้สวยงาม มีฟังก์ชั่นที่ครบครันแล้ว ยังสามารถใช้พื้นที่ได้คุ้มทุกตารางนิ้ว ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยให้ยืดหยุ่นได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเพื่อปรับประโยชน์การใช้งานให้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ตามความต้องการ

BALANCING LIFE เพื่อให้ทุกๆ วันคือวันพักผ่อน จึงเน้นการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้สามารถใช้งานได้จริง ทั้งพื้นที่ส่วนกลางแบบแยกส่วนรองรับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) รวมไปถึงพื้นที่จัดกิจกรรมไม่ว่าจะเป็น Studio kitchen หรือ Workshop space เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน และใส่ใจสุขภาพด้วยระบบ System shower & Massage jacuzzi เพื่อความผ่อนคลาย ไปจนถึงพื้นที่ออกกำลังกายแบบ Oversized อาทิ ลู่วิ่งรอบสนามกอล์ฟ สนามกีฬาเอนกประสงค์ในหมู่บ้าน เป็นต้น

ENVIRONMENT FRIENDLY คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยนำพลังงานสะอาดมาใช้ในโครงการ เช่น สถานี EV Charger ระบบเช่ารถ Haup car แบบ sharing economy หรือ การนำ Solar cell เข้ามาใช้ในพื้นที่รอบสนามกอล์ฟ

LIVING INNOVATION ต่อยอดการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายด้วยนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย อาทิ ระบบการเข้าบ้านแบบดิจิตอล ระบบตรวจจับการบุกรุก กล้องวงจรปิด และเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ การเปิด-ปิดการใช้ไฟฟ้า ระบบระบายอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

ในส่วนของคอนโดมิเนียมที่จะพัฒนาในปีนี้จะนำเอาแนวคิด Smart Living 360 เข้ามาใส่ อาทิ การออกแบบขนาดห้องพักที่พอดีกับไลฟ์สไตล์คนเมือง (Creative Design) นำพื้นที่ทุกตารางนิ้วมาใช้ประโยชน์ ส่วนกลางรองรับวิถีชีวิต New normal & lifestyle ไม่ว่าจะเป็น Pocket seat, Kitchen studio, Workshop space, private class room (Balancing Life) และยังมีสถานี Ev Charger (Environment Friendly) ฯลฯ ส่วนโครงการบ้านเดี่ยวที่จังหวัดระยอง โดดเด่นด้วยแบบบ้านที่สวยงาม และฟังก์ชั่นที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ (Creative Design) มี NEIGHBORHOOD MALL ด้านหน้าพื้นที่โครงการ ระบบความปลอดภัย 3 ชั้น (Balancing Life) และมีแผนการนำ Solar cell มาใช้ในพื้นที่รอบสนามกอลฟ์อีก (Environment Friendly)

ดร.ต่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า บ้านและคอนโดมิเนียมของเรา นอกจากจะมีราคาสบายกระเป๋าเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เรายังคิดครบคิดจบทั้งภายในห้องพักอาศัย ให้สวยงามและยืดหยุ่นต่อการใช้งาน และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางตามไลฟ์สไตล์ของคนสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด Touchless & Distancing และการ Work from home รองรับการใช้เวลาในการอยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น พร้อมความสมดุลด้วยส่วนกลางสีเขียวที่รายล้อม และการบริการครบวงจรมากขึ้นด้วยรีเทล ไปจนถึงนวัตกรรมต่างๆ ที่เข้ามาเสริมการใช้ชีวิต

เรามองถึงวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ ที่มีความฉลาดคิด ชอบใช้ชีวิตสะดวกสบาย มีไลฟ์สไตล์ที่เด่นชัด แต่ก็รักสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงได้นำพฤติกรรมต่างๆ ของคนใช้ชีวิตยุคใหม่ผสานเข้ากับงานออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการความเป็นส่วนตัว การเดินทางที่สะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ และการชอบอยู่กับธรรมชาติ จึงเป็นที่มาของ Smart Living 360

ดร.ต่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้านการขายและการตลาด ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ทุกรูปแบบ พร้อมเร่งสร้างการรับรู้รายได้จากการขายและโอนโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จแล้ว รวมทั้งหันไปรุกตลาดแนวราบ โดยเปิดโครงการใหม่ คือเวลาน่า อะโมด้า อู่ตะเภา-บ้านฉาง ใน จ.ระยอง เป็นบ้านเดี่ยว ราคา 4.5-6.5 ล้านบาท บนพื้นที่ 27 ไร่ จำนวน 104 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 540 ล้านบาท ส่งผลให้ผลประกอบการบริษัทในปี 2564 มียอดขาย 1,334 ล้านบาท และยอดรายได้อยู่ที่ 1,326 ล้านบาท โดยมีผลกำไรสุทธิ 19 ล้านบาท

Share This Article
เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania