เร่งปลุกความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดันยอดรับสร้างบ้าน แตะ 2 แสนล้าน

253 Views
Warapong Pankaew
3 Min Read

หนึ่งในหัวใจสำคัญของธุรกิจรับสร้างบ้าน ก็คือความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการของผู้บริโภคที่จะสร้างความต่างระหว่างผู้รับเหมากับบริษัท รับสร้างบ้าน ซึ่งเป็นภารกิจหลักๆ ที่สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ก่อตั้งสมาคมเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ด้วยการสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคจนทำให้ธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับการยอมรับมากขึ้นเป็นลำดับ

กองทุนคุ้มครองผู้บริโภค
ตอกย้ำความเชื่อมั่นธุรกิจรับสร้างบ้าน
นอกจากการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคโดยการสื่อสารสร้างการรับรู้เกี่ยวกับธุรกิจรับสร้างบ้านแล้ว ล่าสุดสมาคมได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการจัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้บริโภค โดยนายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวถึงแนวคิดดังกล่าวว่า กองทุนคุ้มครองผู้บริโภคเป็นแนวคิดที่กรรมการบริหารสมาคมช่วยกันคิดขึ้นมาเพื่อแก้ Pain Point ในอดีตที่วิธีการทำงานของเราจะออกไปในลักษณะเชิงรับ

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน() ขนาดใหญ่

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดข่าวเกี่ยวกับผู้รับสร้างบ้านหรือผู้รับเหมาที่สร้างปัญหา เราก็พยายามสื่อสารให้สังคมเข้าใจว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากบริษัทสมาชิกสมาคม แต่เมื่อมีข่าวลักษณะดังกล่าวออกมาไม่ว่าจะเป็นบริษัทสมาชิกหรือไม่ก็ตาม ภาพลักษณ์ของธุรกิจ รับสร้างบ้าน โดยรวมก็ได้รับผลกระทบอยู่ดี ซึ่งที่ผ่านมาหากเกิดกรณีกับสมาชิกของสมาคม เราก็จะเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย และหากมีกรณีที่บริษัททิ้งงานและไม่มีศักยภาพที่จะดำเนินการต่อ ในอดีตเราก็จะใช้วิธีปลดออกจากการเป็นสมาชิก เพื่อไม่ให้บริษัทดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของสมาคมต่อไป

ปัจจุบันสมาคมมีกระบวนการคัดกรองสมาชิกที่เข้มงวดอยู่แล้ว และหากดูจากข้อมูลที่ผ่านมาจำนวนข้อร้องเรียนลดลงมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าเราต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นก็ควรต้องมีเครื่องมือที่มากกว่าการคัดกรองสมาชิกเพียงอย่างเดียว จึงเกิดแนวคิดตั้ง “กองทุนคุ้มครองผู้บริโภค” ขึ้นมาเป็นโครงการนำร่องเริ่มต้นมาจากเงินกองทุน 5 ล้านบาท เป็นเงินจากสมาคม 3 ล้านบาท และจากสมาชิก 2 ล้านบาท หากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการไม่เกิดความเสียหายเงินในส่วนของสมาชิกก็จะคืนให้สมาชิก

กองทุนคุ้มครองผู้บริโภคจะให้ความคุ้มครองกับลูกค้าในวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทต่อสมาชิก 1 ราย และหากเกิดความเสียหายจริงต้องสามารถเยียวยาได้ภายใน 30 วัน โดยไม่จำเป็นต้องรอคำพิพากษาของศาล เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำเงินไปใช้ก่อสร้างต่อได้ สำหรับกรอบเวลาของโครงการนำร่อง กำหนดการคุ้มครองบ้านที่เซ็นสัญญาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ไปถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2571 รวมระยะเวลา 2 ปี

หลังจากสิ้นสุดโครงการนำร่องสมาคมจะนำผลที่เกิดขึ้นกลับมาทบทวนว่า โครงการที่ตั้งขึ้นมานี้มีปัญหาอะไรหรือไม่ และเกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด หากพบว่ามีข้อร้องเรียนจำนวนมากหรือมีความเสียหายเกิดขึ้นมาก ก็หมายความว่าเราต้องกลับไปให้ความสำคัญกับกระบวนการคัดกรองสมาชิกให้เข้มงวดมากขึ้นอีก ในทางกลับกันหากตลอดระยะเวลาโครงการไม่เกิดความเสียหายเลย เราก็อาจพิจารณาเพิ่มรายละเอียดหรือรูปแบบความคุ้มครองด้านอื่นเข้ามาเพิ่มเติมได้

“สิ่งที่เราคาดหวังหลักๆ คือ “ความเชื่อมั่น” ของผู้บริโภค เพราะหากผู้บริโภครู้ว่า การสร้างบ้านกับบริษัทสมาชิกสมาคม นอกจากจะได้รับบริการจากบริษัทที่ผ่านการคัดกรองว่ามีคุณภาพแล้ว ยังมีกองทุนเข้ามาช่วยคุ้มครองอีกชั้นหนึ่ง เปรียบเสมือนเป็น “Double Guarantee” ให้กับผู้บริโภค เราคิดว่าสิ่งนี้น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น” นายอนันต์กรกล่าว

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

เร่งขยายเครือข่ายสมาชิก
ยกระดับธุรกิจรับสร้างบ้านในภูมิภาค

นอกจากการจัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้บริโภคที่จะยกระดับความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัท รับสร้างบ้าน ที่เป็นสมาชิกสมาคมไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว สิ่งหนึ่งที่สมาคมมีการดำเนินการอย่างเข้มข้นมาตลอดคือการยกระดับมาตรฐานของบริษัทรับสร้างบ้านและการขยายเครือข่ายสมาชิกจากพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ออกสู่ภูมิภาคจนถึงปัจจุบันสมาคมได้ขยายเครือข่ายสมาชิกออกไปในจังหวัดต่างๆ แล้ว 43 บริษัท เริ่มมากกว่าสมาชิกในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลที่มีอยู่ 42 ราย

“การขยายสมาชิกสมาคมไปในภูมิภาคต้องย้อนกลับไปประมาณ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงนั้นสมาคมมีสมาชิกอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวนหนึ่ง และเรามองว่าอยากสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคมากขึ้นว่าธุรกิจรับสร้างบ้านมีความแตกต่างจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอย่างไร ในช่วงแรกการสื่อสารของสมาคมยังเข้าถึงผู้บริโภคได้เฉพาะกลุ่มที่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นหลัก ต่อมาเมื่อสมาคมเริ่มมีการจัดอบรมสมาชิกเราก็เปิดกว้างมากขึ้นว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด หากสนใจทำธุรกิจรับสร้างบ้านหรือทำธุรกิจอยู่แล้วและต้องการเข้ามาเรียนรู้ก็สามารถเข้ามาอบรมกับสมาคมได้

เมื่อผู้ประกอบการเหล่านี้เข้ามาเรียนรู้แล้ว เราก็มองเห็นว่า หลายรายมีศักยภาพและสามารถพัฒนาให้เป็น นักสร้างบ้านมืออาชีพได้ จึงเกิดแนวคิดในการเพิ่มสมาชิกประเภทสมทบขึ้นมา โดยมีหลักเกณฑ์ที่ผ่อนคลายกว่าสมาชิกประเภทหลักในบางส่วน ทำให้มีผู้ประกอบการจากต่างจังหวัดเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคมเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก” นายอนันต์กรกล่าวถึงที่มาในการเปิดรับสมาชิกจากต่างจังหวัด

การเสริมสร้างความรู้ให้กับผู้ประกอบการในต่างจังหวัดเริ่มเห็นผล จากจุดเริ่มต้นสมาชิกต่างจังหวัดอาจมีเพียงประมาณ 5–6 บริษัท แต่เมื่อผู้ประกอบการเหล่านี้เข้ามาเรียนรู้ และนำความรู้กลับไปพัฒนาองค์กรของตนเอง หลายบริษัทสามารถเติบโตจากยอดขายเพียงหลัก 10 ล้านบาทไปสู่ระดับ 100 ล้านบาทได้ เมื่อเห็นตัวอย่างว่า การเข้ามาเรียนรู้กับสมาคมสามารถช่วยยกระดับองค์กรได้ก็ทำให้มีผู้ประกอบการสนใจเข้ามาเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

อย่างไรก็ตาม การเปิดรับสมาชิกของสมาคมก็มีมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด เพื่อคัดกรองให้ได้สมาชิกที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ผ่านกระบวนการตรวจสอบ 4 ขั้นตอนหลัก:

ด่านที่ 1: ตรวจคุณสมบัติพื้นฐาน ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีสำนักงาน/โชว์รูมและตัวตนตรวจสอบได้ มีแบบบ้านมาตรฐาน มีสถาปนิกและวิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง รวมถึงพิจารณาประสบการณ์ ประวัติผลงาน และมูลค่างานก่อสร้างที่ผ่านมา

ด่านที่ 2: สุ่มสัมภาษณ์ลูกค้าจริง กำหนดให้บริษัทส่งรายชื่อลูกค้าเก่า และสมาคมฯ จะสุ่มสัมภาษณ์ 2–3 ราย เพื่อประเมินความพึงพอใจและประสบการณ์ใช้งานจริง

ด่านที่ 3: ลงพื้นที่ตรวจสำนักงานและระบบงาน เข้าตรวจสถานที่จริงเพื่อดูวิสัยทัศน์ โครงสร้างองค์กร ระบบบริหารจัดการ ตลอดจนกลยุทธ์การขาย การตลาด และเซกเมนต์ตลาดของแบบบ้าน

ด่านที่ 4: ตรวจไซต์งานจริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุด โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะลงพื้นที่ตรวจคุณภาพงานก่อสร้างจริงว่าถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและได้มาตรฐานหรือไม่ โดยสมาคมให้น้ำหนักกับคุณภาพงานก่อสร้างสูงถึง 60%

หากผ่านการประเมินครบทุกด่านอย่างสมบูรณ์ จึงจะได้รับการอนุมัติเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้อย่างเป็นทางการ

“การขยายสมาชิกไปต่างจังหวัดคือการช่วยยกระดับธุรกิจรับสร้างบ้าน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคในต่างจังหวัดซึ่งมีจำนวนค่อนข้างมาก หากผู้บริโภคเลือกสร้างบ้านกับบริษัทสมาชิกของเราและได้รับบ้านที่มีคุณภาพก็จะเกิดการบอกต่อไปเรื่อยๆ จากข้อมูลที่เรามี ตลาดรับสร้างบ้านมีมูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาท จึงยังสามารถสร้างการเติบโตให้กับสมาชิกได้อีกมาก จากปัจจุบันสมาคมมีสมาชิกทั้งหมด 85 บริษัท เราคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จำนวนสมาชิกน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 บริษัทได้” นายอนันต์กรกล่าว

นายอนันต์กร กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากจะผลักดันต่อเนื่องคือการตั้ง “คณะกรรมการภูมิภาค” ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคในท้องถิ่นเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “บริษัทรับสร้างบ้าน” กับ “ผู้รับเหมาทั่วไป” ได้อย่างชัดเจน และจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ยกระดับความน่าเชื่อถือ และช่วยผลักดันยอดขายของสมาชิกในพื้นที่ให้เติบโตในระยะยาว ปัจจุบัน สมาคมได้จัดตั้งคณะกรรมการภูมิภาคขึ้นแล้ว 2 แห่ง คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ซึ่งมีสมาชิกภาคละประมาณ 15 บริษัท เกินเกณฑ์ขั้นต่ำของการตั้งคณะกรรมการที่กำหนดไว้ 10 บริษัทขึ้นไป และคาดว่าจะขยายตัวแตะภาคละ 20 บริษัทได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

ลุ้นตลาดรับสร้างบ้านปี 69
มูลค่าแตะ 2 แสนล้าน เติบโต 8-10%

สำหรับทิศทางของตลาดรับสร้างบ้านจะมีบทสรุปเป็นเช่นไรในปี 2569 นายอนันต์กร มองว่า ถึงสิ้นปีมีโอกาสที่มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านรวมทั้งประเทศจะกลับขึ้นไปแตะระดับ 200,000 ล้านบาทอีกครั้ง หรือเติบโตได้ประมาณ 8–10% ขณะที่ยอดขายรวมของสมาชิกสมาคมน่าจะสามารถแตะระดับ 10,000 ล้านบาทได้เช่นกัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจากการเติบโตในครึ่งปีแรก โดยพิจารณาจากข้อมูล 2 แหล่งหลัก คือ 1.ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC และ2.ข้อมูลยอดขายของสมาชิกสมาคมเอง

ข้อมูลทั้ง 2 ชุด สะท้อนให้เห็นการเติบโตของตลาดในไตรมาส 1 ตัวเลขจาก REIC ขยายตัวถึงประมาณ 27% ซึ่งถือว่าสูงมาก แต่เรายังค่อนข้าง Conservative ในการประเมิน เพราะข้อมูลไตรมาส 2 ของ REIC ยังไม่ออก เราจึงนำข้อมูลที่มีอยู่มาประมวลผลร่วมกับแนวโน้มในอดีต เพื่อประเมินว่าไตรมาส 2 น่าจะเป็นอย่างไร โดยคาดว่าภาพรวมครึ่งปีแรกน่าจะเติบโตได้ประมาณ 4–5% มีมูลค่าแตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้ ในส่วนของข้อมูลยอดขายซึ่งเป็นข้อมูลจริงจากสมาชิกโดยตรงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 มียอดขายประมาณ 4,200 กว่าล้านบาท ขณะที่ครึ่งปี 2569 เติบโตขึ้นประมาณ 12% มาอยู่ที่ประมาณ 4,800 ล้านบาท

ตลาดรับสร้างบ้าน ปี

“เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดมีแนวโน้มเติบโต น่าจะมาจาก “กลุ่มลูกค้า” มากกว่านโยบายภาครัฐหรือภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของธุรกิจรับสร้างบ้านส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว ประกอบกับบ้านยังถือเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิต จึงยังมี Real Demand ต่อเนื่อง สิ่งสำคัญในช่วงนี้คือการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค “สร้างบ้านอย่างมั่นใจ” ได้ ตลาดก็ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนว่า การสร้างบ้านกับบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคม มีมาตรฐานและบริการที่เหนือกว่าผู้รับเหมาทั่วไป เพื่อเปลี่ยนความต้องการที่มีอยู่ให้กลายเป็นยอดขายของสมาชิก” นายอนันต์กรให้ความเห็น

ส่วนความกังวลเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง แม้ช่วงครึ่งปีแรกจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและดันต้นทุนวัสดุก่อสร้างให้พุ่งสูงขึ้น แต่นายอนันต์กรระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงแล้ว ราคาวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่หยุดขึ้นและเริ่มทรงตัว บางรายการเริ่มปรับลดลง ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถตรึงราคาขายบ้านไว้ได้โดยไม่ผันผวนรุนแรงตามปัจจัยภายนอกเหมือนช่วงที่ผ่านมา

ตลาดรับสร้างบ้าน ปี

งานรับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO
โอกาสทองของคนต้องการสร้างบ้าน
ปิดท้ายกันที่งานใหญ่ของสมาคม งานรับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026 ภายใต้แนวคิด “ที่เดียวจบ ครบเรื่องสร้างบ้าน” ในวันที่ 16-20 กันยายน 2569 ที่ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 8

“เราคาดหวังว่า ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนสร้างบ้านในช่วงนี้จะได้รับประโยชน์จากงานค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจุบันสมาชิกยังสามารถตรึงราคาไว้ได้ ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้บ้านในระดับราคาเดิม หรืออาจได้รับราคาพิเศษภายในงาน สำหรับผู้ที่มีความฝันอยากสร้างบ้าน หากเข้ามาในงานจะได้พบกับนักสร้างบ้านมืออาชีพกว่า 30 บริษัท มีแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 1,000 แบบ หลากหลายสไตล์ สามารถให้บริการได้ครอบคลุมทุกภูมิภาค และที่สำคัญเรามีกองทุนคุ้มครองผู้บริโภคที่จะช่วยสร้างความมั่นใจในการสร้างบ้านกับสมาชิกของสมาคมด้วย”

งานรับสร้างบ้านและวัสดุ เอ็กซ์โป

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีสถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา มีผู้ประกอบการด้านวัสดุก่อสร้างและนวัตกรรมวัสดุ รวมถึงบริการด้านสินเชื่อมานำเสนอกับผู้ที่ต้องการสร้างบ้าน นอกจากผู้บริโภคจะมีโอกาสได้ทั้งบ้านที่มีคุณภาพและโปรโมชั่นพิเศษจากสมาชิก เช่น บางบริษัทอาจมีการอัปเกรดวัสดุเพิ่มเติมให้แล้ว สมาคมยังมีรางวัลพิเศษเป็นทองคำมูลค่ารวม 450,000 บาทให้ได้ลุ้นอีกด้วย จึงถือว่าผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้านจะได้รับสิทธิประโยชน์หลายต่อจากการเข้าร่วมงานครั้งนี้

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง งานนี้จึงเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นเปลี่ยนภาพฝันให้เป็นรูปธรรม ภายใต้มาตรฐานการก่อสร้าและการคุ้มครองที่ช่วยให้สร้างบ้านได้อย่างมั่นใจอย่างแท้จริง

Share This Article
เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania