คอนโดมิเนียม Ready to Move กำลังเป็นกระแสที่ตอบโจทย์คนซื้อในยุคที่ต้นทุนคอนโดฯ สร้างใหม่ถีบตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ขณะที่ความเชื่อมั่นที่มีกับคอนโดฯ ที่ยังสร้างไม่เสร็จกลับลดน้อยถอยลง คอนโดสร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ กลายเป็นตัวเลือกที่ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในคอนโดฯ Ready to Move ที่อยากจะขอพูดถึงในวันนี้คือ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ คอนโดฯ ขายดีระดับท็อปของบริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) เพราะนับตั้งแต่เปิดขายเมื่อ 3 ปีก่อนจนถึงวันที่คอนโดฯ สร้างเสร็จกระแสก็ยังแรงไม่มีตกเลยทีเดียว
ทำไมต้องซื้อคอนโด Ready to Move
“เหตุผลที่คอนโดมิเนียม Ready to Move มีแรงส่งหรือโมเมนตัมค่อนข้างดี เพราะลูกค้าต้องการเห็นโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมอยู่อาศัย และพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ โดยไม่ต้องการรับความเสี่ยงเหมือนในอดีตอีกต่อไป จากเดิมที่ผู้ซื้อประมาณ 65-70% มักตัดสินใจซื้อก่อนที่โครงการจะก่อสร้างเสร็จ กลับมีลูกค้าจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เลือกซื้อโครงการซึ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพราะสามารถเข้าชมห้องจริงได้ และไม่จำเป็นต้องรับความเสี่ยงจากการซื้อโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบความพร้อมด้านสินเชื่อก่อนตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์

เหตุผลข้อที่สองคือ อัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลานี้อยู่ในระดับต่ำที่สุดช่วงหนึ่งเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา หากลูกค้าตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในวันนี้ ก็สามารถล็อกอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำได้ทันที ซึ่งหมายความว่าภาระการผ่อนชำระจะลดลง และช่วยให้ลูกค้าบริหารค่าใช้จ่ายได้สะดวกมากขึ้น และเหตุผลสุดท้ายคือ สถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5-6% และหากสงครามจะยุติลงก็เชื่อว่าต้นทุนก่อสร้างจะไม่กลับลงไปอยู่ในระดับเดิมอีกแล้ว จึงอาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้าย หรือ Final Call สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมซึ่งยังใช้ต้นทุนการก่อสร้างเดิม” คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย ให้ความเห็น
คอนโดใกล้เมืองในราคาที่เอื้อมถึง
สำหรับโครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ (Supalai Parc Ekkamai-Pattanakarn) เป็นคอนโดฯ พร้อมเข้าอยู่ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาดใหญ่กว่า 13 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 4,600 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคาร High-Rise 2 อาคาร ได้แก่ อาคาร A สูง 30 ชั้น และอาคาร B สูง 27 ชั้น รวมห้องพักอาศัยทั้งหมด 1,607 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.09 ล้านบาท หรือมีราคาขายเฉลี่ยต่ำกว่า 7.5 หมื่นบาทต่อตารางเมตร เมื่อเทียบกับคอนโดย่านทองหล่อ-เอกมัย ที่ขยับเข้าเมืองไปอีกนิดเดียวกลับมีราคาที่สูงกว่าเท่าตัว

พูดถึงทำเลที่ตั้งโครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ อยู่บนต้นถนนพัฒนาการฝั่งขาออกระหว่างซอยพัฒนาการ 9 กับซอยพัฒนาการ 11 ถือเป็นทำเลที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการใช้ชีวิตในเมืองในราคาที่เอื้อมถึงได้จริง เพราะพัฒนาการตอนต้นเป็นทำเลอยู่อาศัยที่เชื่อมต่อกับเขตเมืองชั้นในอย่างเอกมัย ทองหล่อ หรือพระราม 9 ได้อย่างไร้รอยต่อ จากปากซอยเอกมัยหรือปากซอยทองหล่อฝั่งถนนเพชรบุรีตัดใหม่ระยะทางเพียง 2 กม.กว่า ๆ ก็มาถึงหน้าโครงการ หรือจากแยกพระราม 9 วิ่งถึงโครงการระยะทางเพียง 5 กม.กว่า ๆ เท่านั้น
นอกจากโครงข่ายถนนที่มีทั้งถนนสายหลักอย่างถนนพัฒนาการเชื่อมต่อกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนสุขุมวิท 71 ถนนรามคำแหง ถนนพระราม 9 แล้ว โครงการยังอยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนฉลองรัชที่ด่านพัฒนาการ 1 สามารถเชื่อมต่อกับทางด่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนศรีรัช ทางด่วนเฉลิมมหานคร นอกจากนี้ ยังมีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ (สถานีรามคำแหงสามารถ เดินจากประตูด้านหลังโครงการถึงสถานีระยะทาง 800 เมตร) รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สถานีเพชรบุรี จากโครงการไปถึงสถานีระยะทาง 7 กม.) รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีหัวหมาก บนถนนศรีนครินทร์ จากโครงการไปถึงสถานีระยะทาง 4 กม.) ถือเป็นทางเลือกทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวกสบายยิ่งขึ้นในทุกทิศทาง

โครงการยังอยู่ในพื้นที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งชอปปิง เช่น โลตัส พัฒนาการ บิ๊กซี เอกมัย เดอะไนน์ พระราม 9 บิ๊กซี หัวหมาก ฟู้ดแลนด์ เพชรบุรีตัดใหม่ J Avenue ทองหล่อ Donki Mall และ เซ็นทรัล พระราม 9 ส่วนสถานศึกษาก็มีให้เลือกหลากหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โรงเรียนนาาชาติ St Andrews โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ โรงเรียนนานาชาติเอกมัย เป็นต้น โรงพยาบาลก็มีใกล้ๆ อยู่หลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา โรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลปิยะเวท โรงพยาบาลเพชรเวช โรงพยาบาลพระราม 9 เป็นต้น เรียกได้ว่าความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมีรองรับอย่างครบครันเลยทีเดียว
Facility จัดเต็ม รองรับพื้นที่พักชาร์จพลัง
เข้ามาที่ตัวโครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ พัฒนาภายใต้แนวคิด “Rest to Recharge” บนเนื้อที่กว่า 13 ไร่ ซึ่งหาได้ยากสำหรับพื้นที่ในเขตเมือง และเมื่อโครงการมีแนวคิด Rest to Recharge ความโดดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ การจัดสรรพื้นที่สีเขียวกว่า 4.5 ไร่ ในสไตล์ European Style Landscape ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วโครงการ เชื่อมพื้นที่พักผ่อน การออกกำลังกาย และกิจกรรมของทุกคนในครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการถูกจัดเต็มเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น French Parc และ Lake Parc สำหรับการพักผ่อน, Olympic Pool, Full Fitness ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง, Aerobic&Yoga และ Street Basketball สำหรับสายแอ็กทิฟ รวมถึง Workshop Studio , Game Zone และ Sky Lounge เป็นต้น



นอกจากนี้ โครงการยังได้จัดเตรียมพื้นที่ Drop Store หรือพื้นที่รับและจัดเก็บพัสดุ ซึ่งออกแบบให้มีขนาดใหญ่และมีพื้นที่จัดเก็บพัสดุอย่างชัดเจน เพื่อรองรับรูปแบบการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน และพื้นที่ Food Drop ซึ่งเป็นจุดที่ลูกค้าสามารถลงลิฟต์มารับอาหารได้เลย รวมถึง Private Storage หรือพื้นที่เก็บของส่วนตัวที่แยกส่วนออกมาจากห้องชุด โดยสามารถซื้อเพิ่มได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาห้องชุดมากกว่าครึ่ง

ห้องชุดไซส์ใหญ่อยู่ก็ดีปล่อยเช่าก็ได้
สำหรับห้องชุดในโครงการมีจำนวนทั้งสิ้น 1,607 ยูนิต ให้ความรู้สึกโปร่งสบายด้วยเพดานสูง 2.7 เมตร พร้อมฟังก์ชัน Me Corner รองรับการใช้ชีวิตที่หลากหลายที่สามารถสร้างสรรค์พื้นที่ใช้สอยได้ตามความต้องการ มาพร้อมกับ Digital Door Lock เพิ่มความปลอดภัยของประตู เข้า-ออกห้องพักอาศัย แอร์ กรอง PM 2.5 ทุกยูนิต และ Touchless Flush นวัตกรรมความสะดวกสบายในการชำระล้าง โดยมีแบบห้องให้เลือกหลายหลาย ได้แก่

ห้อง Studio ขนาด 30 ตร.ม. 13.88%

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 34-35.5 ตร.ม. 31.74%

ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 40-46 ตร.ม. 34.41%

ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 46-78 ตร.ม. 19.66%
ห้อง 3 Bedrooms ขนาด 80.5-100 ตร.ม. 0.31%
จุดเด่นที่น่าสนใจของศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ คือ ขนาดห้องที่ใหญ่เริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. สำหรับห้อง Studio ขณะที่ราคาต่อตารางเมตรเมื่อเปรียบเทียบกับทำเลที่ตั้งแล้วสามารถตัดสินใจได้ไม่ยาก
“ศุภาลัยเป็นบริษัทที่พัฒนาห้องชุดที่มีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งมาโดยตลอด ในมุมของลูกค้า ห้องชุดที่มีขนาดใหญ่ย่อมสร้างคุณค่าที่เพิ่มขึ้น เพราะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า ขณะเดียวกันในมุมของผู้พัฒนาโครงการ การพัฒนายูนิตให้มีขนาดใหญ่ขึ้นก็ช่วยให้ต้นทุนต่อตารางเมตรลดลงได้ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาโครงการในระดับราคากว่า 70,000 บาทต่อตารางเมตรได้ ในทำเลที่มีศักยภาพและต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นในการซื้อที่ดินก็ตาม ดังนั้น ราคาและทำเลจึงเป็นปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน และถือเป็นเหตุผลหลักประการหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกโครงการนี้” คุณไตรเตชะ ให้เหตุผล
แน่นอนว่า คอนโดฯ ในทำเลที่ดีและมีราคาที่เหมาะสม สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ไม่ยาก สำหรับโครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ สามารถสร้างอัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Gross Rental Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 5-8% ต่อปี และ Capital Gain จากราคาที่ดินที่ปรับขึ้นมาต่อเนื่อง จากข้อมูลราคาที่ดินในย่านพัฒนาการย้อนหลังไป 10 ปีก่อน ราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทต่อตารางวา ปัจจุบันราคาประเมินและซื้อขายจริงในบางจุดพุ่งสูงถึง 250,000 บาทต่อตารางวา ย่อมหมายถึงราคาคอนโดฯ ที่จะปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากราคาที่ดิน คุณภาพโครงการ และการบริหารโครงการที่ดีหลังการอยู่อาศัย
คอนโดสาย Green เพื่อโลก เพื่อเรา
อีกหนึ่งความพิเศษของศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ ที่น่าจะถูกใจสาย Green ก็คือการเป็นคอนโดฯ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัย
“เรามักให้ความสนใจว่าโครงการที่สร้างขึ้นมานั้นมีคุณภาพดีเพียงใด และมักเริ่มต้นวัดหรือพิสูจน์คุณภาพจากสภาพที่เห็นเมื่อเข้าไปอยู่อาศัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณภาพที่ดีของโครงการ หรือคุณภาพชีวิตที่ผู้อยู่อาศัยและลูกค้าจะได้รับ ไม่ได้เริ่มต้นขึ้นในวันแรกที่เข้าอยู่อาศัย แต่เริ่มต้นจากสิ่งที่เราดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน โดยใช้โครงการแห่งนี้เป็น The Living Lab หรือพื้นที่ทดลองและเรียนรู้จากการก่อสร้างจริง ผ่านการออกแบบที่ช่วยประหยัดพลังงาน การเลือกใช้วัสดุ การจัดการของเสีย และการพัฒนากระบวนการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง” คุณกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูล

โครงการให้ความสำคัญกับ Energy Saving ในทุกมิติ ตั้งแต่การเลือกใช้อิฐมวลเบากว่า 800,000 ก้อน ที่ช่วยให้อาคารเย็นขึ้นและลดภาระเครื่องปรับอากาศ การเลือกใช้คอนกรีตรักษ์โลก 100% (Green Concrete) ในการก่อสร้างทั้งหมดเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนฯ ยังมีการจัดการของเหลือจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ เช่น การนำหัวเสาเข็มที่ต้องตัดทิ้งมาทำเป็นกำแพงกันดิน หรือการเปลี่ยนเศษปูนและลูกปูนให้กลายเป็นแผ่นทางเท้า การนำเศษอิฐมวลเบาที่เหลือจากการก่อสร้างมาบดละเอียด เพื่อใช้ปรับสภาพดินในโครงการแทนการซื้อปูนซีเมนต์ขาว
การนำกากคอนกรีตที่ค้างอยู่ในโม่รถบรรทุก มาบดอัดทำเป็นชั้นรองพื้นถนน (Sub-base) ภายในโครงการ และทำให้รถบรรทุกคอนกรีตสามารถล้างโม่ได้ทันที โดยไม่ต้องหมุนโม่ตลอดเส้นทางขากลับโรงงาน ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงของรถบรรทุกไปกว่า 12,000 เที่ยว การเปลี่ยนจากพาเลทไม้ใช้ครั้งเดียวทิ้ง มาใช้พาเลทที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ไปจนถึงการบริหารจัดการน้ำที่นำน้ำทิ้งจากระบบปรับอากาศมาหมุนเวียนรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ แม้แต่พื้นที่จอดรถยังออกแบบให้ใช้วัสดุที่น้ำซึมผ่านได้เพื่อลดภาระการระบายน้ำสู่ภายนอก


สิ่งเหล่านี้ผู้บริหารศุภาลัยยืนยันว่า ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือการลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวสำหรับผู้อยู่อาศัยและเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

มาถึงบทสรุปของโครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ ที่โดดเด่นที่สุดคือ การเป็นคอนโดสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ในราคาที่จับต้องได้เริ่มต้น 2.09 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยต่ำกว่า 7.5 หมื่นบาท/ตร.ม. กับทำเลใกล้ชิดติดกับแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมทั้งทองหล่อ และเอกมัย และขนาดห้องเริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. พร้อมพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 4.5 ไร่ และ สิ่งอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็ม ตอบโจทย์สำหรับคนทำงานที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีแต่ไม่ต้องแบกรับภาระที่หนักเกินไป ที่สำคัญเป็นคอนโดฯ พร้อมเข้าอยู่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่สำหรับ ‘พักเพื่อชาร์จพลัง’ ได้อย่างแท้จริง





