Knight Frank รุก Project Management รับกระแสองค์กรย้ายออฟฟิศสู่ ESG

317 Views
Property Mentor
1 Min Read

ตลาดอาคารสำนักงานในประเทศไทยกำลังเร่งตัวจากกระแสการย้ายสำนักงาน (office relocation) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการที่องค์กรให้ความสำคัญกับอาคารคุณภาพสูงและมาตรฐานด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้ผู้เช่าจำนวนมากตัดสินใจย้ายไปยังอาคารใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์และประสิทธิภาพการใช้งาน ขณะเดียวกัน การย้ายสำนักงานในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนการก่อสร้างที่ยังผันผวน การควบคุมระยะเวลาดำเนินงาน และความคาดหวังด้านคุณภาพที่สูงขึ้น ทำให้องค์กรจำนวนมากเลือกใช้มืออาชีพ เข้ามาช่วยบริหารโครงการแบบครบวงจร

Beautiful landscape of cityscape with city building around lumpi
Beautiful landscape of cityscape with city building around lumpini park in bangkok Thailand

บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Knight Frank Thailand) เดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของบริการด้าน Project Management โดยแต่งตั้งนายปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ หุ้นส่วน – หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่สำนักงาน เข้าดูแลและพัฒนาการดำเนินงานของทีม เพื่อยกระดับการให้บริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การหาอาคารสำนักงาน การวางแผนพื้นที่ การออกแบบ ไปจนถึงการก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่ใช้งาน ตอบโจทย์การเป็น One-Stop Service สำหรับลูกค้าองค์กร ปัจจุบัน ลูกค้ากว่า 80% ของบริการ Project Management เป็นกลุ่มองค์กรที่ต้องการย้ายสำนักงาน ขณะที่อีก 20% เป็นโครงการในกลุ่มอื่น เช่น โรงแรมและรีเทล โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเติบโต 100% ภายในสิ้นปีนี้

นายปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ หุ้นส่วน – หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่สำนักงาน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันองค์กร โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ มีแนวโน้มย้ายสำนักงานไปสู่อาคารที่มีคุณภาพสูงและมีมาตรฐาน ESG มากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้การย้ายสำนักงานไม่ได้เป็นเพียงการหาทำเลใหม่ แต่รวมถึงการบริหารต้นทุน การออกแบบ และการก่อสร้างที่ต้องดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลูกค้าจำนวนมากต้องการที่ปรึกษาที่สามารถดูแลได้แบบครบวงจร เราจึงปรับโครงสร้างทีม Project Management ให้ทำงานร่วมกับทีม Office Strategy อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถสนับสนุนลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบในทุกขั้นตอน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือความโปร่งใสในการบริหารต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากขึ้น เราจึงเน้นการให้ชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ออฟฟิศ.jpg
ออฟฟิศ.jpg

“การเข้ามารับผิดชอบดูแลบริการด้าน Project Management ในครั้งนี้ ถือเป็นทั้งความท้าทายและความไว้วางใจที่สำคัญขององค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุน ระยะเวลาดำเนินงาน และความต้องการด้าน ESG ของลูกค้า บทบาทของเราจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริหารโครงการให้แล้วเสร็จตามแผน แต่ต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การวาง กลยุทธ์ การควบคุมต้นทุน ไปจนถึงการส่งมอบโครงการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้” นายปัญญา กล่าวทิ้งท้าย

ทีม Project Management ของ Knight Frank ทำหน้าที่เป็นตัวแทนลูกค้าในการควบคุมงบประมาณ ระยะเวลา และคุณภาพของโครงการ พร้อมประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการดำเนินไปตามแผน โดยจุดแข็งของทีมอยู่ที่การผสานความคล่องตัวของทีมงานรุ่นใหม่ (young professionals) เข้ากับแนวทางการทำงานที่โปร่งใส ตรงไปตรงมาและการให้ข้อมูลเชิงลึกด้านต้นทุน วัสดุ และสถานการณ์ตลาด เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

การเสริมทีม Project Management ในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางของ Knight Frank ในการพัฒนาบริการที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรที่มองหาพันธมิตรในการบริหารโครงการอย่างมืออาชีพ ท่ามกลางความซับซ้อนของการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้นายปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ เคยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาธุรกิจที่ปรึกษาด้านพื้นที่สำนักงานของ Knight Frank Thailand ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง การเข้ามารับผิดชอบดูแลบริการด้าน Project Management ในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นขององค์กรในศักยภาพของผู้บริหาร โดยเจ้าตัวมั่นใจว่าจะสามารถต่อยอดความสำเร็จ พร้อมนำทีมเดินหน้าสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของบริษัทในระยะยาว

TAGGED:
Share This Article