พฤกษาฯฝ่าโควิด ปั๊มยอดขายครึ่งปี 64 ทะลุ 1.4 หมื่นล้าน โต 48%

plum

1045 Views
Warapong Pankaew
3 Min Read

พฤกษา เรียลเอสเตท เผยบ้านเดี่ยวพระเอกตัวจริง ดันยอดขายที่อยู่อาศัยครึ่งปีแรกเตะ 1.5 แสนล้าน โต 16% แต่คาดทั้งปีโตได้แค่ 5% หลังโควิดวิดระบาดรุนแรง ขณะที่ผลประกอบการบริษัทปั๊มยอดขายไปได้แล้วกว่า 1.4 หมื่นล้าน โตพุ่ง 48% รายได้ทะลุ 1.3 หมื่นล้าน มีกำไรกว่า 1 พันล้าน พร้อมเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ตามแผนเดิม มั่นใจยอดขาย-รายได้ เข้าเป้า 3.2 หมื่นล้าน

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีแรกในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลมียอดขายรวม 149,481 ล้านบาท ขยายตัว 16 % จากช่วงเดียวกันของปี 2563 แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 62,719 ล้านบาท เติบโตถึง 36% ทาวน์เฮ้า 34,972 ล้านบาท เติบโต 7% และคอนโดมิเนียม 49,682 ล้านบาท เติบโต 4%

จะเห็นได้ว่า บ้านเดี่ยว เป็นตัวขับเคลื่อนตลาดในช่วงครึ่งปีแรก โดยมียอดขายมากที่สุดกว่า 6 หมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 36% เนื่องจากลูกค้าบ้านเดี่ยวเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากนัก รวมทั้งการปรับเปลี่ยนจากการซื้อคอนโด มาเป็นบ้านที่มีพื้นที่มากขึ้นตามกระแส new normal ทำให้จึงมีอัตราการเติบโตที่สูง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังยอดขายจะลดลงจากช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงของโควิด-19 ทำให้ต้องใช้มาตรการล็อคดาวน์ จึงคาดว่ายอดขายตลอดทั้งปี 2564 น่าจะเติบโตได้ประมาณ 5%

ส่วนยอดโอนที่อยู่อาศัยใน 5 เดือนแรกมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 151,367 ล้านบาท ขยายตัว 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยคอนโดมิเนียม มีมูลค่าการโอนสูงสุด 65,573 ล้านบาท แต่ยังติบลบ 5%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ขณะที่บ้านเดี่ยวมียอดโอนมูลค่า 53,761 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 25% ส่วนทาวน์เฮ้าส์มียอดโอนมูลค่า 29,026 ล้านบาท ติดลบ 6%

นายปิยะ กล่าวอีกว่า ขณะที่สินค้าคงเหลือในตลาดมีจำนวน 212,558 หน่วย ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 แบ่งเป็น คอนโด 86,007 หน่วย ลดลง 4% ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์มีสินค้าคงเหลือ 70,068 หน่วย ลดลง 3% ส่วนบ้านเดี่ยวมีสินค้าคงเหลือ 52,771 ล้านบาท ลดลง 2%

“แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะมีการชะลอตัวต่อเนื่องจากวิกฤติโควิด-19 ประกอบกับ มาตรการ LTV ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ กำลังซื้อที่ถดถอยลง และมาตรการล็อคดาวน์แคมป์คนงานก่อสร้าง จะส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ด้วยที่อยู่อาศัยยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่เป็นพื้นฐานสำคัญและตลาดยังคงมีดีมานด์อยู่อย่างต่อเนื่อง

ประกอบกับ ที่ผ่านมาพฤกษามีการปรับตัวเน้นการใช้ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับจัดแคมเปญส่งเสริมตลาดให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ทำให้ยังคงรักษาการเติบโตได้ดี โดยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจากปี 2563 อยู่ที่ 7.6% เป็น 8.9% ในครึ่งแรกของปี 2564″ นายปิยะกล่าว

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนบริษัททำยอดขายไปแล้ว 7,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% ทำรายได้ 6,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และมีกำไรสุทธิ 427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% และสามารถลดสินค้าคงค้าง (Inventory) ลงไปได้ถึง 58% พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 9 โครงการ

ขณะที่ ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2564 มียอดขายรวม 14,165 ล้านบาท เติบโต 48% มีรายได้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่ 13,222 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิครึ่งปีแรกที่ 1,034 ล้านบาท ลดลงประมาณ 23% โดยเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีแรกไปแล้ว 14 โครงการ มูลค่า 8,792 ล้านบาท

สำหรับในครึ่งปีหลัง ยังคงมีปัจจัยลบต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงอยู่ในระดับที่รุนแรงมีผู้ติดเชื้อ 20,000 รายต่อวัน การฉีดวัคซีนที่ล่าช้ากว่าแผน การขยายตัวเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มถดถอยเหลือ 0.8%ไปจนถึงขั้นติดลบ ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงเกินกว่า 90% และหนี้ที่ไม่ก่อใกเกิดรายได้ที่ 3.7% แต่ยังมีสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จากการใช้มาตรการกระตุ้นของประเทศต่างๆ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงแผนเดิมโดยจะเปิดโครงการใหม่อีก 15 โครงการ มูลค่า 17,838 ล้านบาท และยังคงกลยุทธ์ ‘A YEAR OF VALUE’ อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการบริหารสินทรัพย์ เปิดโครงการที่มีมูลค่าสูง และผนวกความร่วมมือกับธุรกิจเฮลท์แคร์ ซึ่งหลังจากมีการปลดล็อกดาวน์แคมป์คนงานก่อสร้าง บริษัทได้กลับมาเร่งงานก่อสร้างต่อภายใต้มาตรการ Bubble and Seal ซึ่งในครึ่งปีหลังมีคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 7 โครงการและจะทยอยส่งมอบในปีนี้ ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายและรายได้ได้ตามเป้าที่วางไว้ 32,000 ล้นบาท

นอกจากนี้ ยังเน้นเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่านทางออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกช่องทาง ทำให้ช่องทางการทำตลาดออนไลน์โตขึ้น 100% และเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าโครงการได้ 20% ควบคู่กับการออกแคมเปญให้ตรงกับความต้องการลูกค้า โดยในไตรมาส 3 ร่วมกับ ‘เอไอเอส’ ออกแคมเปญ “โปรแรงขั้นสุด ชีวิตสนุกกว่า” ที่ให้ลูกค้าอยู่ฟรีสูงสุด 36 เดือน ฟรีค่าส่วนกลางสูดสุด 36 เดือน ฟรีค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ และส่วนลดต่างๆ แล้ว ลูกค้ายังจะได้รับแพ็กเกจสัญญาณอินเทอร์เน็ตบ้านเอไอเอส ไฟเบอร์ พร้อมด้วยบริการ AIS PLAY ฟรีอีก 1 ปี ซึ่งเป็นความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในบ้านที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น” นายปิยะกล่าว

ด้านนายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าธุรกิจโรงพยาบาลวิมุต ว่า ขณะนี้โรงพยาบาลวิมุตได้เปิดศูนย์บริการต่างๆ อาทิ เช่น ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ศูนย์กระดูกและข้อ ศูนย์สมองและประสาท ศูนย์สุขภาพ ศูนย์ผิวหนังและความงาม โดยในช่วงโควิด-19 โรงพยาบาลวิมุต ได้เปิดตัวบริการ “Safe Save Surgery” ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ใช้ระยะเวลานอนพักฟื้นระยะสั้น โดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุด และควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม

บริการ Safe Save Surgery สามารถผ่าตัดได้หลากหลาย อาทิ นิ่วในถุงน้ำดี เนื้องอกมดลูก ผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ ไส้เลื่อน ริดสีดวงทวาร ต่อมลูกหมากโต ต้อกระจก เป็นต้น ซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายเนื่องจากพักฟื้นเพียงวันเดียว หรือเท่าที่จำเป็น โดยสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางรักษาและฟักฟื้น และตกลงค่าใช้จ่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้กับคนไข้

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงปัจจุบัน รพ.วิมุตได้ร่วมมือกับภาครัฐ เช่น กรมควบคุมโรค กระทรวงต่างประเทศ ฯลฯ จัดฉีดวัคซีนตามนโยบายรัฐบาล อย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวนมากกว่า 50,000 เข็ม แล้ว ในด้านความคืบหน้าของการเปิดจองวัคซีนโมเดอร์น่า ขณะนี้ทางโรงพยาบาลปิดรับจองและดำเนินการสั่งซื้อวัคซีนจากองค์การเภสัชกรรมเรียบร้อยแล้วครบตามจำนวนโดสสำหรับผู้ที่จองและชำระเงินตามกำหนดเวลา ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดสรรลำดับการฉีดวัคซีน จะทยอยเข้ารับวัคซีนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป (ตามกำหนดการส่งมอบวัคซีนจากบริษัท)

ในปีนี้ทางโรงพยาบาล ซึ่งเปิดตั้งแต่ พฤษภาคม 2564 จะสามารถทำรายได้ทะลุเป้าเดิม 375 ล้านบาท ไปเป็น 500 ล้านบาท และตั้งเป้าเติบโตในปีถัดไปประมาณ 15-20% ส่วนการลงทุน ViMUT Health Center ที่โครงการ Pruksa Avenue ในย่านบางนา-วงแหวน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ใช้งบลงทุนรวม 150 ล้านบาท ขนาด 50 เตียง ซึ่งจะเป็นศูนย์สุขภาพ ที่ครอบคลุมบริการที่หลากหลาย อาทิ คลินิก ศูนย์กายภาพ ศูนย์ดูแลและบริบาลผู้สูงอายุ รวมทั้งการให้บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน (Home Health Care) คาดว่าจะเปิดให้บริการในปลายปี 2565

Share This Article
เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania