2 ปีธอส.ปล่อยกู้บ้าน 4.6 แสนล. แชร์ส่วนแบ่งตลาดทะลุ 43%

3033 Views
Warapong Pankaew
3 Min Read

ธอส.มั่นใจปล่อยกู้ได้ตามเป้า 241,780 ล้านบาท สั่งลาตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ “กมลภพ วีระพละ” เผย 2 ปี ปล่อยกู้บ้าน กระตุ้นภาคอสังหาฯไปแล้ว 460,000 ล้านบาท ดันมาร์เก็ตแชร์สินเชื่อบ้านทะลุ 43% สูงสุดในรอบ 20 ปี พร้อมผลักดันองค์กรสู่ความยั่งยืน

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ประธานกรรมการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธอส. ได้รับเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่จำนวน 241,780 ล้านบาท โดยตัวเลขล่าสุด ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 สามารถปล่อยสินเชื่อไปได้แล้ว 215,130 ล้านบาท ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน แต่ก็มั่นใจว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย ขณะเดียวกัน ธอส. ยังทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ (Quick Big Win) ของรัฐบาล จัดทำมาตรการแก้ไขหนี้ครัวเรือนผ่าน 6 มาตรการสำหรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ทำให้ ธอส.สามารถช่วยรักษาบ้านให้กับคนไทยได้เป็นจำนวนมาก

อัครุตม์ สนธยานนท์ ประธานกรรมการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

นอกจากนี้ ธอส. ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ในทุกช่วงเวลาจัดทำมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมการพักชำระหนี้ กู้เพิ่มเพื่อซื้ออุปกรณ์ฯ และกู้เพื่อซ่อมแซมอาคารหรือปลูกสร้างอาคารหลังเดิมที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ ธอส. ดำเนินการได้เป็นอย่างดี

ขณะที่นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งจะครบวาระในการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ในวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ธอส. เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นกลไกหลักของรัฐบาลในการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการปล่อยสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แก่ลูกค้าและประชาชนหลากหลายอาชีพ ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ทำให้คนไทยมีบ้านได้รวม 215,130 ล้านบาท จำนวน 200,848 บัญชี คิดเป็น 89% ของเป้าหมายทั้งปี 2568 ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สูงถึง 112,143 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.9%

กมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2566-30 พฤศจิกายน 2568) สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ทำให้คนไทยมีบ้านเพิ่มขึ้น 392,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกว่า 460,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการตาม Financial Landscape ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ริเริ่มการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อยกระดับ “โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน” ผ่าน Application : GHB ALL GEN สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ไม่สามารถขอสินเชื่อได้เนื่องจากขาดเอกสารหลักฐานรายได้ สามารถออมเงินหรือเดินบัญชี (Statement) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อ และได้ขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ดำเนินโครงการบ้าน ธอส. โรงเรียนการเงิน X Developer สนับสนุนให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร ออมเงินหรือเดินรายการทางการเงิน (Statement) จากการประกอบธุรกิจผ่าน Application : GHB ALL GEN เพื่อสร้างวินัยทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพิ่มความสามารถในการยื่นขอสินเชื่อกับ ธอส. และสร้างโอกาสในการมีบ้านเป็นของตนเองได้ในอนาคต

กรรมการผู้จัดการ ธอส. ประเมินว่า ในปี 2569 สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงชะลอตัว ถ้าดูจากตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จะพบว่า ในปี 2569 จะยังคงติดลบอยู่ 1% โดยประมาณ อย่างไรก็ตาม ธอส. ยังต้องเดินหน้าพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้าน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อ โดยการขยายไปในกลุ่มต่างๆ อย่างเช่นที่ผ่านมา ได้พยายามขยายสินเชื่อไปในกลุ่มที่มีรายได้ประจำแต่ไม่มีหลักฐานทางการเงิน ผ่านโครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน ซึ่งทำให้ธอส.สามารถขยายสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีเงินออมกว่า 220,000 ราย ผ่านโครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน และมีลูกค้าได้รับสินเชื่อจาก ธอส. มากกว่า 50,000 ราย

หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ ปี

ขณะเดียวกัน ธอส. ยังช่วยรักษาบ้านให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการแก้ไขหนี้สินภาคครัวเรือน ทั้งการพักชำระดอกเบี้ย ลดเงินงวดและลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงสนับสนุนโครงการ
คุณสู้ เราช่วย ของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดเงินงวดผ่อนชำระให้กับลูกค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมมาตรการแล้วกว่า 115,000 บัญชี ซึ่งสามารถช่วยลูกค้ากลับมามีสถานะปกติและรักษาบ้านของตนเองไว้ได้กว่า 590,000 บัญชี

“ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปปล่อยใหม่ทั้งประเทศ 9 เดือนแรกปี 2568 หดตัว 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 แต่ ธอส. ยังคงปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ได้ 15.6% ส่งผลให้ ธอส. ก็จะยังเป็นผู้นำในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สะท้อนความมุ่งมั่นทำให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเอง โดยเฉพาะประชาชนในกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านหลักฐานแสดงรายได้ ได้เข้าไปดูแลให้ประชาชนกลุ่มนี้ให้เข้าถึงสินเชื่อได้บนพื้นฐานการมีวินัยทางการเงินที่ดี ส่งผลให้ปัจจุบัน ธอส. มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 43.7% สูงสุดในรอบ 20 ปี” นายกมลภพ กล่าว

สินเชื่อปล่อนใหม่ เดือน

นอกจากนี้ ธอส. ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน โดยวางรากฐานการใช้ประโยชน์เทคโนโลยียกระดับการทำงานและให้บริการทางการเงินในทุกมิติ ผ่านการดำเนินโครงการต่าง ๆ ในช่วงปี 2567-2568 ดังนี้

1.โครงการปรับปรุงและว่าจ้างบริการบำรุงรักษาระบบ GHB System : ธอส. ประสบความสำเร็จในการอัปเกรดระบบงานหลัก CORE BANK ให้มีเสถียรภาพและความต่อเนื่องเพื่อให้บริการลูกค้า เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรมและรองรับการเติบโตทางธุรกิจของธนาคารในอนาคต สอดคล้องกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

2.โครงการ IT Infrastructure Modernization : เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับเทคโนโลยี AI

3.โครงการ Dynamic Customer : ระบบประมวลผลการบูรณาการข้อมูลลูกค้าผ่านทุกช่องทางของธนาคาร เพื่อยกระดับการให้บริการที่เข้าใจและตรงใจลูกค้า

ธอส.

4.โครงการ Near Real Time : เป็นการเฝ้าระวังและตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Fraud Detection System) โดยสามารถแจ้งเตือน (Alert) ความผิดปกติได้แบบ Near Real Time ซึ่งเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงลดความเสียหายที่อาจเกิดจากภัยทุจริตทางการเงิน ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจ ในการใช้บริการดิจิทัลของธนาคารมากขึ้น

5.การใช้ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในระบบสารสนเทศที่ดิน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์และด้านเทคนิค ให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทำให้การพิจารณาสินเชื่อมีความถูกต้องและแม่นยำ ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ สามารถนำข้อมูลไปใช้ประเมินสถานการณ์และแนวโน้มการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

6.โครงการระบบ GHB Digital Appraisal ระยะที่ 3 ขยายฐานการให้บริการลูกค้าด้านการประเมินราคาให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มียอดสินเชื่อในปริมาณที่สูงในแต่ละภูมิภาครวม 24 จังหวัดหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการประเมินราคาได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การพิจารณาสินเชื่อมีความรวดเร็วมากขึ้น

สำหรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ธนาคารที่เติบโตอย่างยั่งยืน ในมิติ ESG ธนาคารได้ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ ESG Loan โครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ โครงการขยายฐานสินเชื่อปล่อยใหม่กลุ่ม Social Solution โครงการสินเชื่อสำหรับผู้สูงอายุ และโครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน ฯลฯ การดำเนินการทั้งหมดนี้ของ ธอส. สะท้อนถึงความมุ่งมั่น “เดินหน้า” ยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าและประชาชน เพื่อวางรากฐาน ธอส. เติบโตอย่าง “มั่นคง” และ “ยั่งยืน”

Share This Article
เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania