Urban Life is Back อนันดาพร้อม! Rebound

FB cover 2021 02 26T142219.745

1455 Views
Warapong Pankaew
5 Min Read

ท่ามกลางมรสุมจากวิกฤติโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทำให้ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ต้องปรับโหมดธุรกิจจาก offensive เป็น defensive พยายามประคองตัว พร้อมกับปัดกวาดหลังบ้านรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อรอการ rebound ในวันที่ตลาดกลับคืนสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

ในระหว่างทางเต็มไปด้วยคำถามมากมายว่าทิศทางของอนันดาจะเป็นไปอย่างไร เมื่อโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบครั้งใหญ่ต่อพฤติกรรมผู้บริโภค urbanization กำลังถูกท้าทายด้วยการ work form home/work from anywhere ทำให้ชีวิตคนเมืองต้องเปลี่ยนไป การเคลื่อนย้ายของแรงงานจากในเมืองออกสู่นอกเมืองกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตา

การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อคนเมืองซึ่งเป็น core business ของอนันดากำลังถูกสั่นคลอน?

“เราเป็น urban developer สร้างเมือง สร้างคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า แม้ในช่วงวิกฤติโควิดใน 2 ปีที่ผ่านมา core business จะได้รับผลกระทบอยู่พอสมควร แต่ก็สามารถผ่านพ้นมาได้ด้วยการเล่นเกมรับมาตลอด ขณะเดียวกัน เราก็ตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า business model ของอนันดายังมีความหมายอยู่หรือเปล่า

เมื่อโควิด-19 ทำให้ทุกคนสามารถ work from anywhere ไม่ต้องเข้ามาออฟฟิศ อยู่บ้านหรืออยู่ต่างจังหวัดก็สามารถทำงานได้ urbanization จะไม่มีความหมายอีกต่อไป มันจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า? เราคิดเรื่องนี้มาตลอดหลังเกิดโควิด-19” นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาดูข้อมูลที่มีอยู่ในมือ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย พร้อมกับการเปิดประเทศ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มขยับกันอีกครั้ง ทำให้เชื่อมั่นว่า วิถีของคนเมืองกำลังจะกลับคืนมาอีกครั้ง

urban life is back?
นายชานนท์ ขยายความต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นใน 500 ปีที่ผ่านมา urbanization ได้ทำให้คนเข้ามาอยู่ในเมือง สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐหรือญี่ปุ่น สัดส่วนของคนเมืองสูงถึง 80% ขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ประมาณ 50% ส่วนของไทยก็อยู่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของโลก เราจึงคิดว่าถึงอย่างไรคนก็ต้องเข้ามาอยู่ในเมือง

แต่ที่ผ่านมา urbanization ก็ได้ทำให้เกิดปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจราจรที่ทำให้ 45 วันของชีวิตคนเมืองอย่างกรุงเทพฯ ต้องอยู่บนท้องถนนกับภาวะการจราจรที่ติดขัด อนันดาจึงพยายามสร้างคอนโดติดรถไฟฟ้า เพื่อคืนเวลาให้กับชีวิตคนเมือง

ขณะเดียวกัน  mass transit ได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 มีสถานีรถไฟฟ้าเกิดขึ้น 128 สถานี อัตราการก่อสร้างสถานีเฉลี่ยเกือบ 2 สถานีต่อเดือน ทำให้ถึงปี 2573 จะมีสถานีรถไฟฟ้าเกิดขึ้น 300-320 สถานี ถ้าเราคิดว่า urbanization ไม่มีอีกแล้ว เงินลงทุน mass transit กว่า 300,000 ล้านบาท ก็ควรจะเอาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย แม้ว่าเชื้อโควิคจะไม่ได้หายไป แต่เราสามารถปรับตัวในการใช้ชีวิตให้อยู่กับมันให้ได้ มีการฉีดวัคซีนป้องกันที่ครอบคลุม ขณะที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายล็อกดาวน์ พร้อมกับการเปิดประเทศอีกครั้ง

hybrid life ชีวิตคนเมืองยุคใหม่
เศรษฐกิจในหลายประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัว ชีวิตคนเมืองในหลายที่เริ่มกลับคืนสู่ภาวะปกติ ขณะที่เศรษฐกิจไทยเริ่มค่อยๆ ฟื้นตัว ผู้บริโภคเริ่มกลับมาจับจ่ายใช้สอย จึงคิดว่าถึงจังหวะที่เรากำลังจะ rebound ซึ่งภาคธุรกิจก็จะต้องทำให้ตัวเองฟิตเพื่อพร้อมรับกับการ rebound ครั้งใหม่นี้

มั่นใจว่าชีวิตของคนเมืองกำลังจะกลับคืนมา แต่เป็นเมืองที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป เรามองว่าจะเกิดเป็น hybrid life เป็นชีวิตที่ต้องผสมผสานระหว่างการอยู่ในจอ กับการที่ได้พบปะสังสรรค์การเข้าสู่สังคมตามปกติ โลกที่กำลังจะกลับมาจึงเป็นในลักษณะของ hybrid model” นายชานนท์กล่าว

จากการศึกษาถึงวิถีชีวิตของคนเมืองพบว่า ในยุคหลังโควิดการใช้ชีวิตในเมืองยังคงเป็นความจำเป็น  และมีความสำคัญสำหรับกลุ่มคนในวัยทำงาน กลุ่มคนที่กำลังศึกษา กลุ่มครอบครัว ตลอดจนกลุ่มระดับลักชัวรี่ในเมือง

กลุ่มคนเหล่านี้ยังต้องการที่พักอาศัยที่มีความสะดวกในการเดินทาง การบริการและการดูแลที่พิเศษ ตลอดจนสิทธิพิเศษต่างๆ รวมถึงแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ  มีสถานที่ที่ทันสมัยในการพบปะสังสรรค์  ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติ

ananda new blue พลิกฟื้นธุรกิจ
บริษัทจึงได้นำเอากลยุทธ์ ananda new blue มาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการต่างๆ ในปี 2565

เราจะยังคงเดินหน้า core business ในการสร้างเมืองต่อไป หลังจากได้สร้างคอนโดที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามาแล้วกว่า 4 หมื่นยูนิต มูลค่ารวมกว่า 150,000 ล้านบาท อนันดาจะเดินหน้าทำต่อและเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดนี้ ซึ่งจะต้องหา blue ocean หรือ new blue ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการเดินหน้าต่อไป” นายชานนท์กล่าว

แนวคิดในการ rebound ของเราในครั้งนี้ก็คือ new blue ซึ่งมาจาก blue ocean เป็นการค้นหาสิ่งใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคหลังโควิด ประกอบด้วย

  • new blue customer segment การขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ในระดับลักชัวรี่
  • new blue brand concept จะมีแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก 3 แบรนด์ รองรับความต้องการใหม่ๆ 
  • new blue design concept เพื่อตอบสนองต่อ new normal lifestyle
  • new blue recurring income กับ 5 เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ที่พร้อมจะเปิดตัว

เปิด 7 โครงการขยายฐานลูกค้าใหม่
new blue จะถูกนำมาพัฒนาเป็น 7 โครงการใหม่ มูลค่า 28,000 ล้านบาท ที่จะเปิดตัวในปี 2565 ได้แก่

-Artale Rama 9 (อาร์เทล พระราม 9) urban luxury pool villa มูลค่า 3,538 ล้านบาท เป็นการขยายตลาดบ้านแนวราบในระดับลักชัวรี่ ถือเป็นเซ็กเมนต์ที่น่าสนใจแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว เซ็กเมนต์นี้ก็ยังมีความแข็งแรงอยู่ แต่โปรดักส์ที่ทำออกมาจะต้องโดนจริงๆ เรียกว่าถ้าไม่สุดอย่าทำ

-COCO Parc (โคโค่ พาร์ค) คอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์บนถนนพระราม 4 มูลค่า 4,622 ล้านบาท เป็น services residence ที่ร่วมกับเครือดุสิตธานี ในการให้บริการระดับ 5 ดาว และมีจุดเด่นตรงทำเลที่อยู่ตรงข้ามสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 2 แห่งที่เชื่อมต่อกัน คือ สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ มีเนื้อที่รวมกันกว่า 800 ไร่

-Culture (คัลเจอร์) เป็นคอนโดแบรนด์ใหม่ภายใต้แนวคิดของการอยู่อาศัยในสังคมร่วมสมัย เน้นในเรื่องของ eco living เรื่องของ community รองรับคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ sustainability โดยร่วมกับ scratch first ในการวางแนวคิดในการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ Culture

ในปี 2565 คอนโดแบรนด์ Culture จะมี 2 โครงการ คือ 1.Culture ทองหล่อ มูลค่า 3,383 ล้านบาท ห่างจากสถานีทองหล่อ 230 เมตร ตั้งราคาขายไว้ที่ 150,000 บาท/ตร.ม.ขึ้นไป 2. Culture จุฬา มูลค่า 6,031 ล้านบาท ห่างจาก MRT สามย่าน 350 เมตร BTS ศาลาแดง 240 เมตร

นอกจากนี้ จะเปิดคอนโดแบรนด์ Ideo ซึ่งเป็น new series ภายใต้แนวคิด solution for new normal life 2 โครงการ ได้แก่ 1. Ideo พหล-สะพานควาย มูลค่า 7,521 ล้านบาท คอนโดติดสถานี BTS สะพานควาย ราคาขายอยู่ที่ 130,000-150,000 บาท/ตร.ม. 2. Ideo รามคำแหง-ลำสาลี สเตชั่น มูลค่า 2,085 ล้านบาท เป็นคอนโดที่อยู่บนทำเลที่เป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าถึง 3 สาย ราคาขายอยู่ที่ 80,000-100,000 บาท/ตร.ม.

ขณะเดียวกัน บริษัทจะเปิดแบรนด์ใหม่ที่เป็นโครงการบ้านแนวราบเพิ่มอีก 1 โครงการ ประกอบด้วย ทาวน์โฮม และบ้านแฝด ในราคา 3-5 ล้านบาท โดยจะเอาส่วนผสมทุกอย่างในคอนโดไม่ว่าจะเป็น super convenient hybrid lifestyle มาใส่พร้อมกับประเดิมโครงการแรกที่ ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ ในราคาเริ่มที่ 2 ล้านบาทต้นๆ

ตอบโจทย์ new normal life
นายชานนท์ กล่าวต่ออีกว่า การพัฒนาโครงการจะสอดรับกับ new blue design concept ที่บริษัทได้มีการพัฒนาภายใต้แนวคิด new normal life of gen c เพราะธุรกิจของเราไม่ได้ขายแค่ asset อย่างเดียว แต่เป็นการขายบริการ ขายความสะดวก ซึ่งต้องเป็น super convenient

ไม่ว่าจะเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าเพื่อคืนเวลาให้กับชีวิต ดีไซน์จะต้องตอบสนอง new normal ต่างๆ ทั้งเรื่องการออกแบบ space สำหรับ work from home เรื่องของ health and wellness รวมถึง personal space พื้นที่ส่วนกลางที่มี live broadcast สำหรับการทำธุรกิจเล็กๆ โครงการจะต้องมีความเป็น hybrid life

สำหรับธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ จะเริ่มกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4 โดยในปี 2565 เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ของบริษัทจะสามารถเปิดดำเนินการได้ทั้ง 5 โครงการ 18,09 ยูนิต มูลค่า 12,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ซัมเมอร์เซ็ต พระราม 9, แอสคอทท์ แอมบาสซี่ สาทร, แอสคอทท์ ทองหล่อ บางกอก, ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก และซัมเมอร์เซ็ต  พัทยา

tech & data ขับเคลื่อนองค์กร
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา  ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า perfect storm ใน property sector ได้จบไปแล้วในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเริ่มฟื้นตัว และอนันดาก็พร้อมที่จะ rebound

ที่ผ่านมาบริษัทมีการปรับเปลี่ยนตัวเองทั้งในเรื่องของการขาย การทำตลาด การใช้ data ในการขับเคลื่อน การจัดการภายในองค์กร ด้วยการนำเทคโนโลยี่ในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น อนันดา focus/ อนันดา quick/ อนันดา clear/ อนันดา sure/ อนันดา pmo เข้ามาใช้ผสมผสานกับความรู้ และประสบการณ์ที่มีทำให้อนันดาสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ

“เรา transform data ให้เป็น business insight จากข้อมูลต่างๆ ที่วิ่งผ่านดิจิทัล มีเดียทั้งหมดนับล้านๆ ข้อมูลจากคนที่ให้ความสนใจอนันดา เพื่อเปลี่ยนให้เป็นยอดเยี่ยมชมโครงการ ยอดขาย ยอดโอนให้ได้ โดยการผสานข้อมูลทั้งหมดที่มีให้เป็น game plan ของทุกๆ โครงการ รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละเคส แต่ละโครงการได้อย่างรวดเร็ว” นายประเสริฐกล่าว

สต๊อกทองคำ เติมรายได้-กำไร
อีกหนึ่งไม้เด็ดของอนันดาในการ rebound ก็คือการมี “สต๊อกทองคำ” สินค้าพร้อมขายทั้งบ้านและคอนโดรวม 28 โครงการ มูลค่า 28,000 ล้านบาท ที่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง แม้ว่าการถือสต๊อกเอาไว้จะเหมือนเป็นดาบ 2 คม แต่ถ้าสามารถรักษาสมดุลในเรื่องกระแสเงินสด และบริหารจัดการสต๊อก เพื่อปล่อยออกมาในเวลาที่เหมาะสมก็จะช่วยเติมรายได้และผลกำไรให้กลับมาได้อย่างแข็งแกร่ง

“ในปี 2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2565 ตั้งเป้าโต 20% หรือประมาณ 12,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 14,000 ล้านบาท ในปี 2566 ด้วยความเชื่อมั่นว่า ตลาดอสังหาฯกลับมาแน่นอน! และตลาดอสังหาฯในเมืองจะกลับมาเร็วกว่าที่คิด (Urban life is back) และถึงเวลาที่อนันดาพร้อมจะ rebound!” นายชานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

Share This Article
เคยทำงานสื่อสารมวลชนสายเศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ และการตลาด มายาวนานกว่า 25 ปี กับหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โพสต์ทูเดย์ และเว็บไซต์ Baania